GCamp at Phnom Penh
อ่ะ
http://opendream.co.th/blog/2009/06/gcamps-presentation-data-all-around-...
http://opendream.co.th/blog/2009/06/gcamp-data-sharing
http://hutchill.com/node/8
จบ ...
เย้ย ได้ไงเล่า
GCamp คืออะไร
คือ google camp หรือ gcamp at RUPP หรือ G@RUPP เป็นงานเชิงอสัมนา
จัดขึ้นที่พนมเปญ, กัมพูชา ที่มีคนจากหลายๆ สาขามารวมด้วยช่วยกันคิด ช่วยกันหาทางออกกันดูว่าในเรื่องโรคระบาดนี้ เราจะช่วยกันป้องกัน แก้ไข ติดตามได้อย่างไรบ้าง เช่น โปรแกรมเมอร์มีเทคโนโลยี แต่ไม่รู้จะใช้ทำอะไร หรือนักวิจัยมีข้อมูลแต่ต้องการประมวลผล หรือใครมีปัญหาแผนที่ไม่ละเอียดอยากจะช่วยทำ หรืออะไรต่างๆ แม้กระทั่งไม่มีเงินจ่ายค่าเบียร์ก็ต้องช่วยกันคิด
หวังอะไร ได้อะไร
อันนี้จะขอสาธยายเพียงสรุป รายละเอียด(โคตรละเอียด)หาตามที่อยู่เว็บข้างต้น
ข้อหนึ่ง ในฐาแนะโปรแกรมเมอร์จาก opendream จะถือได้ว่าไปเก็บ requirement ก็ได้ เพราะในปัจจุบันแม้จะได้พัฒนาโปรแกรมในทำนองนี้ไปบ้างแล้ว แต่ยังเห็นภาพไม่ชัด ยังมีความสงสัยคลางแคลงใจ ว่าเราทำถูกจุดหรือไม่ ทำมาแล้วเค้าได้ใช้รึเปล่า อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ชัดเจน เสียดายที่ไม่ได้ไปเห็นสถานที่จริงกับ @kengggg และ @klaikong เพราะวันแรกแค่เป็นเป็น workshop แนะนำบริการของ google และสอนคนที่ไม่เคยใช้ได้ลองทำจริงเจ็บจริง
ข้อสอง หมายมั่นเป็นปั้นน้ำเป็นตัวว่า ครั้งนี้แหละ ที่เราจะได้ประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษงูๆปลาๆอย่างเต็มที่ ไม่งั้นก็เป็นตัวถ่วงนะ (ก็จริงนิ)(ไม่จริงหรอก)(รักนะแต่ไม่แสดงออก)(ไม่เกี่ยว)(พอแล้ว!)
ข้อสาม นี่เป็นโอกาสดีมากทีเดียว ที่จะได้พบกับคนเก่ง เก่งมาก และเก่งมากมาก ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยน พูดคุย และถือว่าครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากทีเดียว ทั้งในเรื่องของภาษา การทำงาน การเรียนรู้ และความมีน้ำใจของคนที่มางานนี้ ดูได้จาก http://twitter.com/noomz/status/2331420875 และนี่ http://twitter.com/noomz/status/2331637202
ข้อสี่ เที่ยว นั่งเครื่องบินครั้งแรก ไม่ประทับใจการบินสักเท่าไร ที่เคยบอกคนใน opendream ว่านั่งเครื่องบิน จริงๆ คืออยากมองก้อนเมฆ อยากสัมผัสกับการอยู่เหนือเจ้าปุยนุ่น จินตนาการว่ากำลังร่วงหล่นผ่านปุยขาวอย่างเชื่องช้า ผมชอบก้อนเมฆครับ :) อีกอย่าง ชอบเขมร ความรู้สึกเอื่อยๆของกาลเวลา ไม่เร่งรีบเช่นในกรุงเทพฯ เหล้ายา ถูก เพียบ อาหารส่วนใหญ่เหมือนของบ้านเรา แต่ร้านที่กินแต่ละร้านนี่ทำช้ามาก แต่ก็อร่อยสมกับรอคอยนะครับ
ย้ำอีกที รายละเอียดทางเทคนิคดูได้จากที่อยู่เว็บข้างตันนะครับ จากแนวคิดที่ว่าคนเราเห็นเหมือนๆ กัน แต่อาจเข้าใจไม่เหมือนกันก็ได้ ผมแสดงในอีกมุมมองหนึ่งน่ะครับ (จริงๆ นะ)(..หยุด.. ห้ามวงเล็บต่อ)
ยังนึกถึงบล๊อกเก่าของตัวเอง The World is Just Awesome จากที่ว่า "เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อรับโอกาสที่กำลังจะมาถึง" ครั้งนี้ผมถือว่าได้บทเรียนไปมาก จะไม่ยอมแพ้ Joe (ninja at gแมว) ที่มาช่วยผมแก้บั๊กโค้ดอันห่วยบรมของผม จะไม่หยุดเรียนรู้ด้วยอัตราที่ถือว่าต่ำในปัจจุบัน จะไม่ยอมแพ้พี่อาร์ต (@bact) ที่ใช้ภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ยอมคนทั้งหลายที่กำลังช่วยคนและโลกอยู่
ใครว่าโลกนี้ต้องรอฮีโร่ เราทุกคนช่วยได้
แต่เราต้องร่วมมือกันนะ :)
ปล. ขอบคุณ google, RUPP สำหรับงานดีดีและที่พักที่ไร้ที่ติใดๆ ขอบคุณ opendream, changefusion บริษัทแปลกประหลาดแห่งทิวเขาคอนกรีต และผู้คนใจดีทั้งหลาย ศิษย์สำนัก INSTEDD, สโนจากMBDS, ดร.ฐานิส จากสัตวแพทย์จุฬา พี่ต้อม โจ คู่หูเยอรมัน เหยา แพทย์ฮ่องกงผู้ใจดี และทุกๆคนที่ไม่ได้เอ่ยนาม (ทั้งโลกอ่ะ ยังงั้น)


เฮ้ย มาอ่านอีกที นี่มัน disordered มันออกมาจากวิมานเมฆ มันคือการจับความรู้สึกมาวาง ไร้กาลเวลา มันไม่ใช่เรียงความ มันไร้เรียงความ มันเหมือนไร้สาระ แต่เอาน่าได้แรงบันดาลใจ
มั้ง
เขาเรียก timeless
ที่สามก็ได้
ให้กูเขียนตั้งยาว อ้างลิงค์นิดเดียวเสร็จเลยนะ
ที่จริงกูก็จะทำอย่างมึงแหละ แต่มึงไม่ยอมเริ่มเขียนสักที
ดีดี สรุปได้อย่างสวยงาม
Post new comment